Angela Merkel จากนักวิทยาศาสตร์สู่นายกฯ 4 สมัย
- Jun 3, 2022
- 2 min read
Updated: May 19, 2023
https://web.facebook.com/cmutoday/photos/a.577098539324697/1546370799064128/

การหางานทำให้เร็วที่สุด คือหนึ่งในความกดดันที่บัณฑิตจบใหม่หลายคนต้องเผชิญ ซึ่งนอกจากจะต้องเร่งหางานแล้ว ยังต้องเป็นงานที่ตรงกับสายงานที่เรียนมาด้วย เพราะการ ‘ทำงานไม่ตรงสาย’ นั้นอาจนำมาซึ่งคำถามหรือคำวิจารณ์จากผู้คนรอบตัว แต่เชื่อเถอะว่าการทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมาเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย มิหนำซ้ำอาจนำไปสู่เส้นทางอาชีพที่น่าสนใจได้อีกด้วย
.
วันนี้ มช.ทูเดย์ ขอยกตัวอย่างยังบุคคลที่ทำงานข้ามสายแล้วประสบความสำเร็จถึงขีดสุดอย่าง ‘Angela Merkel’ อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 16 ปี (ค.ศ.2005 - 2021) จนได้รับฉายาว่า ‘นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็ก (Eiserne Kanzlerin)’
ทีนี้ลองทายกันหน่อยว่า Merkel จบการศึกษาในด้านใด?
หากคุณคิดว่าด้านรัฐศาสตร์... คุณคิดผิด
ด้านกฏหมายหรือเปล่า... อันนี้ก็ผิด
ด้านบริหารแน่ ๆ เลย... ก็ยังผิดอยู่ดี
จริง ๆ แล้ว Merkel จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และเคมี และในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าคนที่เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง สามารถก้าวสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศเยอรมนี ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง ทนทาน และซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องยาวนานถึง 4 วาระได้อย่างไร
.
Angela Merkel เดิมมีชื่อว่า Angela Dorothea Kasner เกิดเมื่อปี ค.ศ.1954 ซึ่งหลังจากเธอจบการศึกษาระดับ High School ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่ Karl Marx University ในสาขาวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ต่อมาได้แต่งงานกับ Ulrich Merkel ในปี ค.ศ.1977 และเปลี่ยนนามสกุลมาเป็น Angela Merkel (ต่อมาทั้งคู่ได้หย่ากัน แต่เธอยังคงใช้สนามสกุล Merkel ต่อ) และจบการศึกษาในปี ค.ศ.1978 หลังจากนั้น Merkel ได้ทำงานและศึกษาต่อที่ Central Institute for Physical Chemistry of the Academy of Sciences จนได้รับปริญญาเอกด้าน Quantum Chemistry ในปี ค.ศ.1986
.
Merkel เริ่มต้นงานด้านการเมืองหลังจากกำแพงเบอร์ลินพังทลายในปี ค.ศ.1989 โดยเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง Democratic Awakening ในตำแหน่งโฆษกพรรค และได้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นรองโฆษกรัฐบาลเยอรมนีตะวันออก ต่อมาภายหลังการรวมประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ.1990 เธอก็ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก Bundestag (สภาล่างของรัฐบาลเยอรมนี เปรียบได้กับสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย) และถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสตรีและเยาวชน จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและพลังงานนิวเคลียร์ในปี ค.ศ.1994 และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีในปี ค.ศ.2005 นับเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเยอรมนี
.
ในช่วงที่ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย Merkel ทำคะแนนวิชาด้านปรัชญาการเมืองได้แค่ระดับปานกลางพอใช้ได้ แต่มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านฟิสิกส์ควอนตัม จึงไม่แปลกที่เธอจะบริหารบ้านเมืองของประเทศเยอรมนีด้วยความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของเธอ โดยตลอดการดำรงตำแหน่ง Merkel ได้สนับสนุนด้านการศึกษาและการวิจัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง จนเยอรมนีกลายเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาระดับโลกมากมาย โดยมีมหาวิทยาลัย 23 แห่งในเยอรมนีได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยม 200 อันดับแรกของโลกในปี ค.ศ. 2019
.
ในด้านเศรษฐกิจ Merkel ได้แสดงความสามารถในการบริหารจนเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีกลายเป็นหนึ่งในประเทศในสหภาพยุโรปที่มี GDP เติบโตมากที่สุด เมื่อเทียบกับในปี ค.ศ.2005 ที่ Merkel เริ่มรับตำแหน่ง ปัจจุบัน GDP ของเยอรมนีเพิ่มขึ้นถึง 34% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (ฝรั่งเศสเติบโต 19%, สเปนเติบโต 11%, สหราชอาณาจักรเติบโต 7%, อิตาลีเติบโต 2%) อัตราการว่างงานลดลงจาก 11% เหลือ 4% มีการยกเลิกระบบเกณฑ์ทหารและลดขนาดของกองทัพลง เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น ๆ แทน อีกประเด็นที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของ Merkel คือประชาชนส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปให้ความเชื่อใจเธอเป็นอันดับ 1 ในบรรดาผู้นำทั้งทวีป จากความสามารถที่พัฒนาประเทศเยอรมนี อย่างก้าวกระโดด
.
ส่วนประเด็นการจัดการปัญหา COVID-19 อีกหนึ่งวิกฤติที่ท้าทายผู้นำประเทศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของ Merkel เธอจึงจัดการปัญหาบนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และมีความเข้าใจธรรมชาติของการระบาดได้เป็นอย่างดี แม้ประชาชนจะตรวจพบเชื้อเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากมีการเข้าออกของคนต่างชาติเป็นจำนวนมาก ประเทศเยอรมนีกลับมีผู้เสียชีวิตต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป
.
“เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกปฏิเสธ และทฤษฎีสมคบคิดกับความเกลียดชังถูกเผยแพร่ เราจำเป็นต้องต่อต้าน”
- Angela Merkel กล่าวในวันอำลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แม้ว่าพรรคการเมือง Christian Democratic Union (CDU) ของ Merkel Merkel จะถูกวิจารณ์ถึงจุดยืนที่เอนเอียงไปทางอนุรักษ์นิยมมาโดยตลอด แต่ด้วยความที่ Merkel มีพื้นฐานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ หลักการบริหารประเทศของเธอจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุและผล นโยบายบริหารประเทศจึงมีความยืดหยุ่น ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นที่พอใจในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค CDU จนส่งผลกับคะแนนความนิยมในช่วงหลังของเธอ อย่างนโยบายสมรสเพศเดียวกัน ก็นับเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองของเธอไม่น่าจะสนับสนุน แต่สุดท้ายก็ถูกอนุมัติเป็นกฎหมายไปแล้วในเยอรมนี โดย Merkel มองว่าทิศทางของโลกเดินไปทางนี้แล้ว เยอรมนีก็ต้องขยับตามโลกเช่นกัน
.
“ดิฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเกิดมาเพื่อเป็นหัวหน้าพรรค แต่ดิฉันก็อยากทำงานให้ประเทศ ด้วยเกียรติ ด้วยศักดิ์ศรี และในวันหนึ่งดิฉันก็จะอำลาตำแหน่งไปด้วยศักดิ์ศรีเช่นกัน”
- ส่วนหนึ่งจากการกล่าวสุนทรพจน์ของ Angela Merkel ในวันอำลาตำแหน่งหัวหน้าพรรค CDU
มาถึงตรงนี้ Angela Merkel ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าแม้แต่คนที่มีพื้นฐานความรู้จากสายวิทยาศาสตร์ก็สามารถบริหารประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม เราไม่จำเป็นต้องทำงานในสายที่เรียนมาเสมอไป และการทำงานไม่ตรงสายก็สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับทั้งตัวเองและสังคมรอบตัวได้ เพราะการที่เราทำงานไม่ตรงสายก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราร่ำเรียนมาจะสูญเปล่า หลักสำคัญคือการเปิดรับสิ่งใหม่และนำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว เมื่อเราได้ลองทำงานในสายงานที่ไม่คุ้นเคย เราอาจจะได้เจออะไรใหม่ ๆ เจอกับกลุ่มคนใหม่ ๆ และเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับชีวิตได้
.
.
อ้างอิง:
1. สิ้นสุด Merkelism?: 16 ปี เยอรมนีในมือ ‘อังเกลา แมร์เคิล’
2. “อังเกลา แมร์เคิล” ผลผลิตจากคอมมิวนิสต์ สู่สตรีเหล็กแห่งโลกเสรี
3. วางมือให้คนรุ่นใหม่นำชาติ ปิดตำนาน 16 ปี ‘แมร์เคิล’
4. Angela Merkel, the scientist who became a world leader
5. The Secret to Germany’s COVID-19 Success: Angela Merkel Is a Scientist
6. Former physicist Angela Merkel seeks third term as German chancellor https://physicsworld.com/.../former-physicist-angela.../
7. Angela Merkel’s Parting Message to Germany: Trust One Another
8. From ‘sick man’ of Europe to superpower: These 5 charts show how Merkel changed Germany
9. Marking Merkel
10. Angela Merkel
11. Angela Merkel, chancellor of Germany



Comments