#SaveRalph
- Jun 3, 2022
- 1 min read
Updated: Jun 3, 2022
https://www.facebook.com/cmutoday/photos/a.577098539324697/1370954823272394/

เครื่องสำอางที่เราใช้ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น แป้ง อายไลเนอร์ ลิปสติก รวมไปถึงของใช้ดูแลผิวอย่างครีมอาบน้ำหรือแชมพู ก่อนจะถูกนำมาวางขายกันทั่วไป ก็ต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้รับอันตรายและผลข้างเคียง หนึ่งในวิธีทดสอบเครื่องสำอางที่กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คงไม่พ้นการใช้ ‘สัตว์’ เป็นเครื่องทดลอง
.
#SaveRalph เป็นแคมเปญระดับโลกจากองค์กร Human Society International (HSI) เพื่อยุติการใช้ ‘สัตว์ทดลอง’ ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผ่านแอนิเมชันความยาว 3 นาที นำเสนอชีวิตของเจ้ากระต่าย ‘Ralph’ ซึ่งเป็นสัตว์ทดลองที่ประสบชะตากรรมถูกทรมานด้วยการเป็นเครื่องมือทดสอบความปลอดภัยในเครื่องสำอาง เพื่อให้มนุษย์สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างไม่เป็นอันตราย ซึ่งในบางกรณีสัตว์ทดลองก็มีความเป็นอยู่ที่อาจไม่ได้รับความใส่ใจมากนัก ระหว่างทดลองถูกล็อกคอในที่คับแคบเป็นระยะเวลานาน บางตัวต้องตาบอดหรือผิวหนังไหม้จากการทดสอบสารเคมี เมื่อทดลองเสร็จก็ถูกการุณยฆาต เนื่องจากไม่สามารถนำมาทดลองอีกได้ ทางด้าน HSI ที่เข้าใจถึงความเจ็บปวดของสัตว์เหล่านี้กล่าวย้ำว่า “การแบนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น องค์กรยังต้องการจับมือกับแบรนด์และหน่วยงานรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดลองโดยไม่ใช้สัตว์”
.
นอกเหนือจากการใช้สัตว์ในการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ปัจจุบันก็มีอีกหลากหลายทางเลือก และมนุษย์อาจไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่แทนเจ้ากระต่าย Ralph ในการทดสอบ เช่น การใช้เซลล์เนื้อเยื่อจากมนุษย์ซึ่งได้รับบริจาคหลังจากการผ่าตัด การเพาะเลี้ยงเซลล์ในหลอดทดลอง หรือแม้กระทั้งการใช้แบบจำลองจากคอมพิวเตอร์ ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การทดสอบในมนุษย์จึงไม่ได้โหดร้ายเมื่อเทียบเท่าการทดลองในสัตว์ ซึ่งวิธีการเหล่านี้นอกจากสัตว์ทดลองจะไม่ทรมานแล้ว อาจทำให้ได้ผลที่รวดเร็วและแม่นยำกว่า ในทางกลับกัน วิธีการเหล่านี้ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
.
หลากหลายแบรนด์เครื่องสำอางเองก็เลือกที่จะประกาศว่าสินค้าจากแบรนด์ปลอดจากการทรมาณสัตว์ และลุกขึ้นต่อต้านการทารุณจากการทดสอบความปลอดภัยของเครื่องสำอางในสัตว์เช่นกัน ด้วยเหตุผลว่าไม่ควรมีสัตว์ตัวไหนต้องได้รับความโหดร้ายและตายลงในนามของความสวยงาม อย่างแบรนด์ The Body Shop เองก็เป็นตัวตั้งตัวตีในยุคแรก ๆ ของการรณรงค์มากว่า 30 ปีแล้ว
.
ประเด็นระหว่างความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และจริยธรรมนั้นเป็นที่ถกเถียงมาหลายร้อยปีมาแล้ว เริ่มต้นจากในสมัยกรีก (400 - 300 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์ต้องการให้เมืองอเล็กซานเดรียเป็นเมืองแห่งการแพทย์ จึงสนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการทดสองที่ขัดกับความเชื่อทางศาสนาอย่างการผ่าซากศพมนุษย์ (Vivisection) ซึ่งก็มีนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย และได้เสนอให้หันมาศึกษาผ่านการผ่าสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่แทน เพราะเชื่อว่าการผ่าศพมนุษย์ไม่สามารถให้ความถูกต้องและถี่ถ้วนเท่าร่างที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งในยุคนั้นยังเชื่อว่าสัตว์เป็นเพียงทรัพย์สินของมนุษย์ ทำให้การนำสัตว์มาฆ่าหรือทรมาณเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์จึงเป็นการกระทำที่ยอมรับได้ จนในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อการแพทย์ ปรัชญา และความคิดด้านจริยศาสตร์เฟื่องฟูมากขึ้น การถกเถียงถูกในประเด็นนี้ถูกยกระดับให้มีการร่างกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สัตว์ทดลองขึ้นในปี ค.ศ.1875 ในสหราชอาณาจักร กลายเป็นกฎหมายที่มีชื่อว่า ‘Cruelty to Animals Act of 1876’
.
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2558 ภายใต้มาตรฐานนี้ โครงการวิจัยใดที่ต้องใช้สัตว์ในการทดลองต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนผู้ใช้สัตว์ทดลองต้องยึดถือจรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานระดับนานาชาติ อันได้แก่
1. ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์
2. ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงความแม่นยำของผลงานโดยใช้สัตว์จำนวนน้อยที่สุด
3. การใช้สัตว์ป่าต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและนโยบายการอนุรักษ์สัตว์ป่า
4. ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์
5. ผู้ใช้สัตว์ต้องบันทึกข้อมูลการปฏิบัติต่อสัตว์ไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน
.
ถูกต้องหรือไม่ที่ชีวิตสัตว์ตัวหนึ่งต้องอยู่ในกรงขังเพื่อรอการถูกทรมาณและแลกชีวิตให้กับความสวยงามของมนุษย์?
มองไปที่ฝั่งจริยธรรม อาจฟังดูเป็นเรื่องที่โหดร้าย ในทางกลับกันทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการทารุณสัตว์ เราก็ต้องแลกมากับการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคจะต้องมาแบกรับไว้เอง ในนามของความสวยงามส่วนไหนจะเป็นจุดกึ่งกลางของทั้งสองฝ่ายหรือฝั่งไหนถูกหรือผิดกันแน่ เราก็ไม่อาจให้คำตอบที่ชัดเจนได้
.
สุดท้ายนี้ ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการความก้าวหน้าทางแพทย์ การใช้สัตว์ทดลองเพื่อความแม่นยำและลดความเสี่ยงที่มนุษย์จะได้รับย่อมเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ทว่าการรณรงค์ให้พวกเราเห็นคุณค่าของทุกชีวิต ตระหนักว่าสัตว์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความความรู้สึกดีใจ เสียใจ เจ็บปวดทรมาน และเข้าใจว่าจุดประสงค์ในการใช้สัตว์ทดลองจะต้องมีความจำเป็นและต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อมวลมนุษยชาติ น่าจะช่วยให้พวกเราหาทางออกร่วมกันได้
.
สามารถรับชมแอนิเมชัน Save Ralph - A short film with Taika Waititi ได้ที่
.
อ้างอิง:
1. Be Cruelty-Free Campaign
2. Animal Experiments in Biomedical Research: A Historical Perspective
3. Cruelty-Free Brands List
4. Bioethics: a look at animal testing in medicine and cosmetics in the UK
5. Alternatives to animal testing: A review
6. History of Animal Testing
7. พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2558
http://web.krisdika.go.th/lawChar.jsp?head=3&item=3&process=showTitleOfLaw&id=2&group=%CA&lawCode=%CA87&linkID=2E#2E



Comments