top of page

'Slow Love' ความรักฉบับคน Gen Z

  • Jun 3, 2022
  • 1 min read

https://web.facebook.com/cmutoday/photos/a.577098539324697/1572757356425472/

เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ บรรยากาศก็จะค่อย ๆ อบอวลไปด้วยเรื่องราวของความรัก ความสุข ความห่วงใย การพูดถึงคนที่เราอยากให้มีความสุขหรือร่วมชีวิตกับเรา ซึ่งความรักถือว่าอารมณ์ที่ผูกติดกับสังคมมนุษย์มาโดยตลอด ทุกวัฒนธรรมบนโลกนี้มีการบันทึกเรื่องราวความรักในหลากหลายรูปแบบ พวกเราพร่ำโหยหามันผ่านวรรณกรรม ใคร่ครวญผ่านเสียงดนตรี สื่ออารมณ์ผ่านภาพวาด หรือถึงขั้นบูชาความรักดั่งศาสนา มนุษยชาติพยายามทำความเข้าใจความรักเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน

.

จากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เราพยายามอธิบายความรักไว้หลากหลายรูปแบบ มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในบางครั้งก็เป็นมากกว่าเรื่อง ‘กามอารมณ์’ หรือ ‘การสืบพันธุ์’ และอาจไม่ใช่แค่เรื่องราวคนสองคนด้วยซ้ำ เช่น การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างสองรัฐ การแต่งงานเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าตามความเชื่อทางศาสนา ความรักต้องห้ามของผู้คนที่อยู่ต่างวรรณะ การทำสงครามระหว่างสองรัฐเพื่อชิงตัวคนรัก ฯลฯ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรักนั้นเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและมีอิทธิพลอย่างมากต่อสังคมมนุษย์

.

ปัจจุบันที่มนุษย์เดินทางมาสู่ยุค 5G การติดต่อสื่อสารทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างง่ายดายและรวดเร็วเพียง การสานความสัมพันธ์ถูกย้ายมาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ มีแอปพลิเคชันหลายตัวที่เปิดโอกาสให้เราสามารถมองหาความสัมพันธ์ที่ตอบโจทย์ความรักของเราได้มากขึ้น ทำให้บางคนตั้งข้อสังเกตและเคลือบแคลงใจว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในยุคนี้จะ ‘ฉาบฉวย’ กว่าแต่ก่อนหรือไม่?

ผศ.โมนิล เตชะวชิรกุล หัวหน้าสาขาวิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า

“...มันเป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้มีตัวเลือกมากกว่า ในสมัยก่อน คนเราแต่งงานกันด้วย การเมือง เศรษฐกิจ บางครั้งไม่มีเหตุผลเรื่องของความรักด้วยซ้ำ แต่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ในปัจจุบัน เราสามารถมองหาความสัมพันธ์ที่ตอบโจทย์ความรักของเราได้มากขึ้น...”

“...แอปพวกนี้เปิดโอกาสที่เราจะได้เห็นตัวเลือก และผู้คนที่หลากหลาย ส่วนถ้าเราจะเจอความรักจากคนในนั้นเป็นเรื่องของแต่ละคน แอปเหล่านี้ยังมาพร้อมข้อมูลสำเร็จรูป ทำให้เราไม่ต้องใช้เวลาศึกษา ตรงนี้ก็เหมือนเป็นตัวช่วยสกรีนให้เราด้วย ถือว่าสอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่อะไรค่อนข้างรวดเร็ว...”

.

ความรักความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงและขยายขอบเขตกว้างขึ้น ในตอนนี้ที่เกิดวิกฤตโรคระบาดที่กลายเป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างต้องปรับตัวตามไป ความรักแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้ นับเป็นรูปแบบความรักความสัมพันธ์ของคนที่เติบโตมาท่ามกลาง ‘ภาวะถดถอยทางเพศ’ ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้คนเริ่มมีเพศสัมพันธ์กันน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น ความกดดันทางเศรษฐกิจ ความวิตกกังวล การเข้าถึงยากล่อมประสาทที่ง่ายขึ้น การเข้ามาของ Sex Toy และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้กันและกันมากขึ้น เป็นความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างช้า ๆ เนิบ ๆ หรือที่เรียกว่า ‘Slow Love’

.

Helen Fisher นักมานุษยวิทยาชีวภาพชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้เขียนบทความเรื่อง ‘SLOW LOVE: Courtship in the Digital Age’ ในหนังสือชื่อ ‘The New Psychology of Love’ ได้ศึกษาและพบว่าสมัยนี้ผู้คนเริ่มมีแฟนหรือ ‘ออกเดต’ กันน้อยลง ทั้งยังแต่งงานช้ากว่าคนรุ่นก่อนหน้า โดยในปี ค.ศ.2017 ผลการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ เผยว่าคู่รัก Generation Y ชาวอเมริกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเฉลี่ย 6 ปีครึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลงเอยแต่งงานกัน ซึ่งถือว่านานกว่ากลุ่ม Generation อื่น ๆ ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี เนื่องจากวิถี Slow Love ได้ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้กัน คู่รักชาวอเมริกันรอบคอบกับการแต่งงานมากขึ้น Helen ยังเชื่อว่า Slow Love ไม่ใช่การทำลายวัฒนธรรมการแต่งงาน แต่มันอาจหมายถึง พวกเขาอาจกำลังให้คุณค่าของการแต่งงานกันมากขึ้นต่างหาก

.

คน Generation Y เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งนักวิจารณ์ต่างก็ให้ความเห็นว่าอาจเป็นเพราะความอิ่มตัวทางเทคโนโลยี จึงทำให้ Generation Y เกิดความโดดเดี่ยวทางสังคมมากขึ้นและความหมายของการมีเพศสัมพันธ์ก็เปลี่ยนไปด้วย จากการเข้ามาของวัฒนธรรม ‘Hookup’ (การที่คนนัดมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่จำเป็นต้องเป็นคู่รัก) และ ‘Friend with Benefit’ (มีเพศสัมพันธ์กัน ทว่ารักษาความสัมพันธ์ไว้แค่เพื่อน) และก็ยิ่งชัดเจนขึ้นใน Generation Z ที่เทคโนโลยีการสื่อสารรวดเร็วขึ้น ผู้คนติดต่อกันด้วย Smartphone มากขึ้น ใช้การพูดคุยกันผ่านข้อความและวีดิโอ ทำให้การพบปะแบบตัวต่อตัวน้อยลง

.

ทุกวันนี้เส้นทางสู่ความรักแบบ ‘โรแมนติก’ เริ่มเปลี่ยนไป พฤติกรรมในช่วงแรกของความสัมพันธ์อย่าง ‘การจีบ’ เริ่มลดลง การพูดคุยหยอกล้อ นัดทานข้าว ดูหนัง เดินเล่นกันแบบสมัยก่อนค่อย ๆ หายไป คนโสดพยายามพูดคุยกันในฐานะ ‘คนคุย’ มากขึ้น ทำความรู้จักกันด้วยการเรื่องที่จริงจังและสำคัญ เช่น แลกเปลี่ยนมุมมองหรือความคิดในช่วงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ปรึกษาหารือปัญหา ระบายความกลัว มองหาความหวังในช่วงวิกฤต พยายามเรียนรู้กับคนที่กำลังคบหาดูใจให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนด้านเวลา พลังงาน และเงินไปกับคนคนนั้น และบางคนก็ใช้การมีเพศสัมพันธ์เป็นช่วงเวลาในการทำความรู้จักกันแทน หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘Sex Interview’ เพราะพวกเขามองว่าเพศสัมพันธ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่บอกว่าคู่รักจะไปกันรอดหรือไม่รอด

.

สำหรับ Baby Boomer หรือ Generation X วัฒนธรรมความรักของคนรุ่นนี้จะผ่านการคบกันแค่คนเดียวหรือสองคนแล้วเเต่งงานเลย เเต่ในปัจจุบันที่ผู้คนมีทางเลือกในชีวิตเยอะขึ้น แต่ละคนพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง การแต่งงานจึงเป็นเหมือนปลายทางของชีวิตคู่ ต่างจากสมัยก่อนที่เชื่อว่าการแต่งงานคือการเริ่มต้นของชีวิตคู่ และจากการที่พวกเขาได้เห็นวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นกับคนรุ่นก่อน ทำให้พวกเขาคิดถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ Generation Y - Z แต่งงานช้ากว่าคนรุ่นก่อน เนื่องจากชีวิตหลังแต่งงานอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย

.

ความรักไม่ว่าจะสมัยไหนต่างก็มีความซับซ้อนและรูปแบบที่แตกต่างกันไป ในตอนนี้ที่โลกขับเคลื่อนและเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี มนุษย์ก็ได้สร้างหนทางใหม่ ๆ ของความรักขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงพื้นฐานของความรักแต่อย่างใด เราแค่หาทางออกในยุคที่เชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว ด้วยความสัมพันธ์ที่เชื่องช้าและลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้นเอง

.

.

อ้างอิง:

1. Is “Slow Love” The Key To A Successful Relationship?

2. หรือรักต้องใช้เวลา? รู้จัก ‘Slow Love’ ความสัมพันธ์ยุคใหม่ที่เดินไปช้าๆ แต่ว่ามั่นคง

3. คุยเฟื่องเรื่องรักใคร่ ผ่านดวงตานักจิตวิทยา กับ ผศ.โมนิล เตชะวชิรกุล

4. ภาพตัวแทนความรักและความสัมพันธ์ของหญิงสาว ในบทเพลงของกลุ่มศิลปินหญิง: จาก สาว สาว สาว ถึง BNK48

5. TRUE ROMANCE 2020: เพราะวันนี้ความสัมพันธ์ไม่มีข้อจำกัด

6. Why the young people having so little sex

 
 
 

Comments


© 2023 by Peter Collins. Proudly created with Wix.com

bottom of page