'บทเพลง' เครื่องมือต่อสู้ของชาว LBGTQ+
- Jun 3, 2022
- 1 min read
Updated: Jun 3, 2022

เสียงเพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความบันเทิงให้แก่มนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผ่านท่วงทำนองที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้น ผสานกับเนื้อเพลงที่ส่งตรงมาจากความรู้สึกของผู้ประพันธ์ บ้างพูดถึงเรื่องความรัก บ้างก็พูดถึงแง่มุมของชีวิต ไปจนถึงหยิบยกประเด็นทางการเมือง ซึ่งเบื้องหลังเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหูเหล่านี้ บางครั้งก็แฝงไปด้วยการต่อสู้กับการกดขี่และความไม่เท่าเทียม และเสียงเพลงนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งพลังของ LGBTQ+ ที่ใช้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของตนเอง
.
Vogue - Madonna
“Strike a pose!” เนื้อเพลงส่วนหนึ่งจากเพลง ‘Vogue’ ของศิลปิน Madonna ที่สร้างแรงดึงดูดให้เหล่า LGBTQ+ หลายคนต้องลุกขึ้นมา ‘Pose’ โดยจัดระเบียบสัดส่วนของร่างกายให้ออกมามีความบิดพริ้วและปราณีตงดงาม เป็นรูปแบบการเต้นที่เรียกว่า ‘Vogueing’ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ LGBTQ+ ผิวสีในช่วงปี ค.ศ.1980 โดยเพลง Vogue ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเพลงยอดนิยมตลอดการของ Madonna นักร้องหญิงผู้เป็นไอดอลของชาว LGBTQ+ นอกเหนือจากท่วงทำนองที่ปลุกเร้าความ Sexy ที่หลบซ่อนอยู่ในตัวผู้ฟัง เพลง Vogue ยังอัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณของนักแสดงแนว Vogueing ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมในช่วงเวลานั้น หากลองย้อนกลับไปในปี 1980 สังคมอเมริกายังคงมีความเหลื่อมล้ำทั้งด้านเชื้อชาติ ชนชั้น เพศสภาพ สิ่งเหล่านี้ยังถูกขีดเส้นแบ่งแยกไว้ชัดเจน คนที่เป็นทั้ง LGBTQ+ และเป็นคนผิวสีจึงถูกกีดกันอย่างหนักจากสังคม ทำให้ผู้คนมองว่าการแสดงแบบ Vogueing นั้นเป็นเพียงการแสดงของกลุ่มคนชายขอบ
.
จากการแสดงที่ถูกทิ้งไว้ในเงามืด Madonna ได้เชิดชูความสวยงามของ Vogueing ผ่านบทเพลงของเธอ จนกลายเป็นที่นิยมของชาวอเมริกันสมัยนั้น และ Music Video เพลงนี้ถูกถ่ายทำในสไตล์ขาว - ดำ เป็นการดึงเอาเสน่ห์ของ Vogueing ออกมาให้มากที่สุด ดูมีความลึกลับน่าค้นหา นอกจากนี้นักแสดงใน Music Video ยังเป็นนักแสดง Vogueing ตัวจริงเสียงจริงมาร่วมถ่ายทำกับ Madonna ด้วย และเพลง Vogue ก็ได้ทะยานขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Billboard ในตอนนั้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้จะทำให้วัฒนธรรมของ LGBTQ+ ผิวสีเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
.
Born This Way - Lady Gaga
นี่คือบทเพลงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม ผลักดันให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองและกล้าใช้ชีวิตบนเส้นทางที่ตัวเองรัก โดย ‘Born This Way’ ถือเป็นผลงานเพลงที่ขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมเพลงและสังคมไปพร้อม ๆ กัน เป็นการท้าทายกฎเกณฑ์ของสังคมที่พยายามกดทับความเสมอภาคเอาไว้ แสดงให้เห็นว่าความแตกต่างไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมอย่างที่ผู้คนเคยตีตรากัน โดย Lady Gaga ได้สลัดขอบเขตของดนตรีแบบเดิม ๆ โดยใช้เนื้อเพลงที่ชัดเจน ไม่ต้องตีความ และ Music Video ที่แฝงไปด้วยนัยยะมากมาย นอกจากการได้อรรถรสจากการฟังแล้ว ยังเป็นทัศนศิลป์ที่ต้องใช้สายตาค้นหาความหมายที่แฝงในเกือบทุกองค์ประกอบภาพอีกด้วย
.
Lady Gaga ยังได้จัดตั้งองค์กรการกุศล ‘Born This Way Foundation’ เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จของการขับเคลื่อนนี้ คือการที่ Lindsey P. Horvath อดีตนายกเทศมนตรีแห่ง West Hollywood ได้ประกาศแต่งตั้งให้วันที่ 23 พฤษภาคม เป็นวัน ‘Born This Way Day’ เพื่อยกย่องบทบาทและอิทธิพลของอัลบั้ม Born This Way ที่มีต่อผู้คนรุ่นหลัง โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ+
.
ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง - เจินเจิน บุญสูงเนิน
บทเพลงเปิดตัวอันทรงคุณค่าและน่าจดจำของนักร้อง Transgender ของประเทศไทยอย่าง ‘เจินเจิน บุญสูงเนิน’ ซึ่งเส้นทางชีวิตการเป็นศิลปินของเธอเริ่มจากการเป็นนักร้องตามห้องอาหารโรงแรม และ Night Club ต่าง ๆ เปรียบเป็นผู้บุกเบิก ปูทางทางให้แก่ศิลปิน LGBTQ+ ในยุคหลัง ความสามารถด้านเสียงร้องของเธอทำให้คนเริ่มรู้จักกันมากขึ้นในฐานะนักร้อง Transgender ที่สามารถร้องเพลงได้ร่วม 10 ภาษา จนได้มีอัลบั้มเป็นของตัวเองในที่สุด
.
ในช่วง 30 ปีที่แล้ว การนิยามเรื่องความหลากหลายทางเพศของสังคมไทยนั้นยังไม่แพร่หลาย ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงมองว่ามีแค่เพศชาย เพศหญิง กะเทย ทอม ทว่าบทเพลงนี้พยายามบอกเล่าให้สังคมยอมรับ Transgender ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง โดยเฉพาะเนื้อเพลงท่อนสำคัญอย่าง
“เป็นฉันมันผิดตรงไหน ชีวิตฉันใครกำกับ
เป็นฉัน ใครจะยอมรับบทบาทให้ความสำคัญ
ต่างกันแค่เพียงร่างกาย แต่ใจเราก็เหมือนเหมือนกัน
ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง”
บทเพลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคนั้นยังมี Transgender อีกมากที่ถูกกีดกัน เหยียดหยาม ดูหมิ่น และไม่ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมเหมือนกับ Straight (กลุ่มเพศสภาพตรงกับเพศกำเนิด) ด้วย
.
ยังมีบทเพลงอีกมากมายที่เป็นการแสดงออกถึงการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศซึ่งเราไม่ได้นำมาพูดถึงในบทความนี้ แต่สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนตระหนัก คือนอกเหนือจากธงสีรุ้งที่โบกสะบัดอย่างอิสระเพื่อแสดงพลังของ LGBTQ+ แล้ว ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ใช้ความสามารถของตนเองในการขับเคลื่อนเรื่องราวเหล่านี้ ทั้งบทเพลง งานศิลปะ การแสดง ฯลฯ ซึ่งพวกเขาลุกขึ้นมาเรียกร้อง ไม่ใช่ในฐานะที่เขาเป็นกลุ่ม LGBTQ+ แต่ในฐานะ ‘มนุษย์’ คนหนึ่งที่ต้องการเห็นความเท่าเทียมในสังคมเท่านั้นเอง
.
.
อ้างอิง:
1. Song Facts: Vogue
2. A brief history of Vogueing
3. 30 Years Later Why Madonna’s Vogue Is the Anthem We Need Today
4. ‘Born This Way’ ยุคสมัยของ Lady Gaga
5. Lady Gaga given key to West Hollywood on 10th anniversary of ‘Born This Way’
6. เจิน เจิน บุญสูงเนิน ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง / 2533
7. บทเพลงความหลากหลายทางเพศ



Comments