ปริญญาตรีไทยทำงานไม่ตรงสาย และเงินเดือนน้อยกว่าควรจะเป็น
- Jun 3, 2022
- 1 min read

‘First Jobber’ คำที่ใช้เรียกบัณฑิตจบใหม่ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานเป็นครั้งแรก เป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยไฟในการทำงาน และอาจมาพร้อมไอเดียที่สดใหม่ อยากใช้ความรู้ที่มีอย่างเต็มที่ ทว่าการแข่งขันในตลาดแรงงานตอนนี้อาจจะไม่สนับสนุนให้กลุ่ม First Jobber ได้ทำตามฝัน เพราะจำนวนตำแหน่งงานที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับจำนวนบัณฑิต และทำให้เกิดประเด็น ‘การทำงานไม่ตรงสาย’ ที่ดูเหมือนว่าจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้สิ่งที่เรียนมาไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และมีผลต่อเรื่องค่าตอบแทนด้วย
.
ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่าสกานการณ์การว่างงานของปีพ.ศ.2564 โดยภาพรวมมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.93% (ประมาณ 6.3 แสนคน) ซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือกลุ่ม ‘ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน’ มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ต้นปี 2563 ในขณะที่ ‘ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน’ มีสัดส่วนลดลง โดยในกลุ่มผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนเอง ก็มีสัดส่วนของคนที่เรียนจบระดับอุดมศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ที่ 49.3% ในปี 2564 โดยสาขาที่มีสัดส่วนมากที่สุด คือสาขาธุรกิจและการบริหาร 30.4% รองลงมาคือสาขาด้านศึกษาศาสตร์ 13.9 ส่วนสาขาด้านสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ รวมกันราว 20%
.
จากข้อมูลข้างต้น อาจทำให้หลายคนคิดว่าสาขาที่อัตราการว่างงานต่ำอย่างสาขาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จะเป็นกลุ่มที่ตลาดแรงงานขาดแคลนและส่งผลให้มีคนทำงานตรงสายมากกว่าคนที่เรียนสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่จากงานวิจัยในปี 2560 โดย รศ.ดร.ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าจากผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทยประมาณ 3 ล้านคน มีคนที่ทำงานตรงสาขาที่เรียนประมาณ 1 ล้านคน หรือคิดเป็น 34% ส่วนคนที่เลือกทำงานในสาขาอื่นมีประมาณ 1.2 - 1.3 ล้านคน นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีการทำงานไม่ตรงสาขาที่สำเร็จการศึกษาและทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษาประมาณ 60% และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 37 - 38 ปี
.
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ภาคเอกชนต้องการแรงงานมากขึ้น แต่เป็นความต้องการแรงงาน ‘สายอาชีพ’ เนื่องจากในปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนสายอาชีพน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนในระดับอุดมศึกษา ระบบการศึกษาพยายามผลักดันให้ประชาชนเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้น เช่น นโยบายจบปริญญาตรีการันตีเงินเดือน 15,000 บาท หรือระบบเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่ภาคเอกชนไม่ได้ขาดแคลนบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐกำหนดนโยบายด้านการศึกษาโดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน ให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษามากกว่าทักษะที่สามารถใช้ได้จริง จนทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ‘Overeducation’ หรือภาวะที่แรงงานที่ทำงานในตลาดแรงงานปัจจุบัน มีความรู้ในระดับที่สูงเกินกว่าระดับความรู้ที่ตำแหน่งงานนั้น ๆ ต้องการ ทำให้งบประมาณด้านการศึกษาถูกใช้ไปมากกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังนำไปสู่ปัญหาเรื่อง ‘ค่าแรง’ ที่ควรจะได้ โดยอ้างอิงจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรไทย ในปี 2561 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าแรงงานที่เลือกทำงานตรงสายจะได้รับค่าตอบแทนมากกว่าแรงงานที่ทำงานไม่ตรงสายอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสายงานใดก็ตาม โดยผู้ที่จบการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาจะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มที่จบระดับอุดมศึกษา ทว่าแนวโน้มความต่างของรายได้นี้จะลดลงตามอายุการทำงานที่มากขึ้น
.
ปัญหาของระบบการศึกษาไทยในตอนนี้ ไม่ได้เกิดจากงบประมาณด้านการศึกษาน้อยเกินไป เพราะประเทศไทยลงทุนไปกับระบบการศึกษาราว 5 - 6% ของ GDP ติดอันดับสูงสุด 1 ใน 3 ของกลุ่ม ASEAN แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากการวางนโยบายด้านการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับสาขาอาชีพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรใช้ระบบจัดการการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและสร้างแรงงานที่มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในแต่ละพื้นที่ ทั้งในระดับสากลและระดับท้องถิ่น มากกว่าจะเป็นการสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ้างงานของภาคเอกชนให้หันมากำหนดค่าจ้างจากทักษะและความสามารถ ไม่ใช่การกำหนดจากวุฒิการศึกษาอย่างที่เป็นมา
.
.
อ้างอิง:
1. การทำงานต่ำกว่าระดับ โจทย์ใหญ่ที่ต้องเริ่มจากพื้นที่ 0
2. สถานการณ์ความไม่สอดคล้องกันของระดับการศึกษาและอาชีพ ในตลาดแรงงานไทย https://www.thansettakij.com/content/236049
3. สำรวจพบคนอายุน้อยทำงานไม่ตรงสายกว่า 60%
4. ‘ทำงานไม่ตรงสาย’ อีกปัญหาที่ยังถูกพูดถึงน้อย
5. ถ้า “เด็กตกงานเพราะเรียนไม่ตรงตามความต้องการของประเทศ” แล้วประเทศต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร?
6. นักวิชาการด้านแรงงานชี้ ป.ตรี ว่างงาน เพราะเรียนจบไม่ตรงสาย
7. ภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่และภาพรวมปี 2564 โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)



Comments