top of page

สำรวจ พรบ.ฝึกงาน

  • Jun 3, 2022
  • 1 min read

https://web.facebook.com/cmutoday/photos/a.577098539324697/1586679375033270/

‘การฝึกงาน’ คืออีกหนึ่งช่วงสำคัญของการเรียนมหาวิทยาลัย ที่จะทำให้นักศึกษาได้ลองซ้อมก่อนลงสนามการทำงานจริง ได้เห็นภาพกระบวนการทำงานของมืออาชีพก่อนเรียนจบ และไม่ใช่แค่นักศึกษาฝึกงานที่ได้ประโยชน์ แต่ทุกคนล้วนได้ประโยชน์เหมือนกัน เป็นการเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้เลือกคนทำงานที่เหมาะกับองค์กรของตัวเอง มหาวิทยาลัยก็ได้เรียนรู้ความต้องการของตลาดแรงงาน ทักษะใดบ้างที่ผู้เรียนจำเป็นต้องรู้ สาขาวิชาใดบ้างที่กำลังเป็นที่นิยม สามารถผลิตบัณฑิตที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

ทว่าในบางครั้ง แทนที่จะเป็นสนามซ้อมที่เป็นมิตรกับนักศึกษา การฝึกงานกลับกลายเป็นปัญหาที่สร้างภาระมากมาย ทั้งภาระค่าใช้จ่าย ปัญหาด้านสวัสดิการ พี่เลี้ยงให้ทำแค่การถ่ายเอกสาร ซื้อกาแฟ หรือตรงกันข้ามคือใช้ทำงานข้ามวันข้ามคืน มอบหมายงานที่ไม่ตรงกับสายงานของนักศึกษา ทำให้นักศึกษาฝึกงานกลายเป็นแค่ ‘แรงงานฟรี’ ที่สถานประกอบการจะใช้งานอย่างไรก็ได้ แต่กลับไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่มีแม้แต่สวัสดิการขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากแนวคิดที่ว่าการฝึกงานคือการหาประสบการณ์ บริษัทสอนงานให้ก็ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว ไม่ควรคาดหวังเงินหรือสวัสดิการมากนัก ถึงแม้ว่าปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับนักศึกษาฝึกงานทุกคน สถานประกอบการที่มีความเป็นมืออาชีพและมีจริยธรรมก็จะมีมาตรการดูแลนักศึกษาฝึกงานอย่างเหมาะสม แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จะเป็นแบบนั้น และถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลแก้ไข อาจทำให้เกิดปัญหาต่อตลาดแรงงานของไทยในระยะยาวได้

.

นักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดหลายคนมักจะใฝ่ฝันที่จะได้ฝึกงานกับบริษัทใหญ่ระดับประเทศ อยากเห็นภาพการทำงานจริงของมืออาชีพ อยากรู้ว่าสิ่งที่เรียนมาจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมได้อย่างไร ซึ่งบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อได้เข้าไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ พวกเขาก็มักพบว่าต้องปรับตัวมากพอสมควร เพราะนอกจากเรื่องการฝึกงานแล้ว ยังต้องเจอปัญหาด้านการใช้ชีวิต ทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน สภาพแวดล้อมที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน การจราจรแออัด ค่าครองชีพที่สูงกว่าต่างจังหวัด สิ่งเหล่านี้ทำให้นักศึกษาหลายคนไม่สามารถเลือกฝึกงานที่กรุงเทพฯ ได้ เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว หรือทางครอบครัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่ เกิดเป็นความเหลื่อมล้ำที่ทำให้นักศึกษาหลายคนพลาดโอกาสดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อเนื่องมานานหลายสิบปี และปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะประเทศไทยยังไม่มีโครงสร้างทางกฎหมายที่มากำกับดูแลเรื่องนี้ เด็กฝึกงานยังคงไม่ใช่ลูกจ้างตามกฎหมาย ไม่มีการกำหนดสิทธิ์หรือสวัสดิการที่เด็กฝึกงานพึงได้รับ เมื่อประสบปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกงาน ก็ไม่สามารถทวงสิทธิประโยชน์จากสถานประกอบการได้ แม้จะมานั่งทำงานราวกับเป็นลูกจ้างคนหนึ่งก็ตาม

.

คนกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นความสำคัญของประเด็นเหล่านี้และพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม คือ ‘สมัชชา Intern’ ที่ต้องการให้สังคมไทยตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ์และเสียงของนักศึกษาฝึกงาน และผลักดันให้นักศึกษากล้าตั้งคำถาม ต่อรอง และเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง ยกระดับคุณภาพการฝึกงานของไทยให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ รวมถึงผลักดันร่าง ‘พ.ร.บ.ฝึกงาน’ ผ่านทางพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่อ้างอิงจากกฎหมายด้านการฝึกงานจากประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ ในยุโรปที่เคยผลักดันเรื่องสิทธิ์ของนักศึกษาฝึกงานจนประสบความสำเร็จมาแล้ว จุดประสงค์เพื่อคุ้มครองแรงงาน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มโอกาสและลดอัตราการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่ในประเทศ ซึ่งสามารถสรุปใจความได้ดังนี้

.

1. จัดทำพระราชบัญญัติการฝึกงาน เพื่อคุ้มครองนักศึกษาฝึกงานทั้งนักศึกษาระดับปริญญาตรีและนักเรียนอาชีวศึกษา

2. นายจ้างจะต้องทำประกันคุ้มครองให้แก่นักศึกษาฝึกงาน เพื่อรับรองความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตการฝึกงาน

3. นักศึกษาฝึกงานสามารถเข้าร่วมสหภาพแรงงาน เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านแรงงานสัมพันธ์และการรวมกลุ่มกันของนักศึกษาฝึกงานในการต่อรองกับนายจ้าง

4. มีการลงทะเบียนสถานประกอบการที่สามารถเปิดรับนักศึกษาฝึกงานได้ เพื่อเป็นการตรวจสอบให้สถานประกอบการมีคุณภาพเพียงพอที่จะสามารถรับนักศึกษาฝึกงาน และมีการตรวจสอบการฝึกงานให้เป็นไปตามมาตรฐานตลอดกระบวนการฝึกงาน จากทางสถานศึกษาที่เป็นผู้ประสานกับทางสถานประกอบการนั้น ๆ

5. มีการจัดสอบเพื่อวัดผลของนักศึกษาฝึกงานภายหลังเสร็จสิ้นการฝึก เพื่อรับรองว่านักศึกษาฝึกงานมีคุณภาพเพียงพอในการประกอบอาชีพ และเป็นการประเมินผลการฝึกงานของแต่ละสถานประกอบการด้วย

6. โครงการค่าจ้างนักศึกษาฝึกงานคนละครึ่ง รัฐช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของสถานประกอบการ ในการจ่ายค่าจ้างงานให้แก่นักศึกษาฝึกงาน ในกรณีที่สถานประกอบการเอื้อให้นักศึกษาฝึกงานสามารถเข้าทํางานเป็นลูกจ้างภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกงาน

.

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฝึกงานนี้ยังอยู่ในขั้นตอนปรับแก้ เพื่อให้ผลประโยชน์มีความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนักศึกษาฝึกงานและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทนที่มีผู้ประกอบการหลายรายยังไม่เห็นด้วย ซึ่งในปัจจุบันกฎหมายไม่ได้บังคับว่าสถานประกอบการจะต้องจ่ายค่าตอบแทนนักศึกษาฝึกงาน ทว่าส่วนใหญ่สถานประกอบการจะเลือกจ่ายค่าตอบแทนให้เองตามสัญญาฝึกงาน โดยตัวแทนจากสมัชชา Intern มองว่าประเด็นนี้ก็ยังคงมีปัญหาอยู่ดี ในแง่ที่นักศึกษาฝึกงานไม่กล้าพูดคุยหรือต่อรองผลประโยชน์ที่ตนเองควรได้รับ หากผู้ประกอบการ องค์กรต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุดมศึกษา หรือกระทรวงการคลัง เข้ามามีส่วนร่วมปัญหาเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ประเทศไทยของเราสามารถยกระดับอุตสาหกรรม พัฒนาคุณภาพแรงงาน และสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมได้

.

.

อ้างอิง:

1. “เด็กฝึกงานคือแรงงานในอนาคต” ซีเรียสเรื่องการฝึกงานและความเป็นธรรมกับสมัชชา Intern

2. ฝึกงานไม่ใช่การกุศล ถึงเวลายกบาร์ฝึกงานไทยไปอีกขั้น

3. ร่าง พ.ร.บ. ฝึกงาน ความหวังของนักศึกษากับมุมมองจากผู้ประกอบการ

4. เด็กฝึกงานควรได้สวัสดิการอย่างไร? สำรวจข้อเสนอ ‘พรบ. การฝึกงาน’ จากศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการ

5. แรงงานได้เปล่าชื่อ ‘นักศึกษาฝึกงาน’: สวัสดิการไม่ต้องมี โอทีไม่ปรากฏ บาดเจ็บ - ตายรันทดจบง่าย

 
 
 

Comments


© 2023 by Peter Collins. Proudly created with Wix.com

bottom of page